แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สถาปัตยกรรมสมัยทวาราวดี แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สถาปัตยกรรมสมัยทวาราวดี แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

เจดีย์แบบทวาราวดี

ศิลปกรรมแห่งศรีรามเทพนครนั้นสามารถแบ่งเป็น ๒ ส่วนคือ
สถาปัตยกรรม และ ปฏิมากรรม
สถาปัตยกรรมของศรีรามเทพนครที่หลงเหลืออยู่มักจะเป็นสถูปเจดีย์ซึ่ง
นักประวัติศาสตร์ ศิลป์ ได้แบ่งออกเป็น ๖ แบบ
๑.เจดีย์แบบทวาราวดี
๒.เจดีย์แปดเหลี่ยมมีซุ้มประดิษฐานพระพุทธรูป ๘ ทิศ ๓.เจดีย์แปดเหลี่ยมองค์ระฆังกลม มีซุ้มตื้นๆหรือไม่มีซุ้ม ประดิษฐาน พระพุทธรูป ๔.เจดีย์ แบบอู่ทอง
๕.เจดีย์แบบหินยานลังกามีองค์ระฆังใหญ่และฐานเตี้ย ๖.เจดีย์ทรงระฆังอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมสูงมีช้างหรือสิงห์ล้อมรอบเจดีย์ ลักษณะสำคัญอีกประการหนึ่งที่สังเกตได้ชัดคือสถาปัตยกรรมของศรีรามเทพนคร นั้น จะมีเทคนิคการก่อสร้างโดยใช้อิฐ¢นาดใหญ่ก่อเรียงกันอย่างเป็นระเบียบ โดยไม่สอปูน แต่ใช้วัสดุพิเศษเชื่อมอิฐแต่ละก้อนเข้าด้วยกันอย่างแนบสนิทต่างกับ สถาปัตยกรรมสมัย กรุงศรีอยุธยาที่มักจะใช้วิธีการก่ออิฐถือปูนแบบธรรมดา
ท่านคงมีคำถามแล้วว่าอาณาจักรศรีรามเทพนครตั้งอยู่ที่ส่วนไหนของพระนครศรีอยุธยา จากถนนสายเอเซีย บนเส้นทางหลักเข้าสู่เกาะเมืองอยุธยาในปัจจุบัน ท่านจะต้องเห็น เจดีย์องค์หนึ่งตั้งเป็นตะหง่านอยู่บนเกาะวงเวียนกลางถนนเจดีย์องค์นี้คือเจดีย์วัด


สามปลื้ม เมื่อพิจารณาจากลักษณะของเจดีย์ที่มีสัดส่วน องค์ระฆังกลมยาวกว่าส่วน ฐานแปดเหลี่ยมและการก่ออิฐแบบไม่สอปูนจาก ช่องที่ผู้ บูรณÐได้เว้นเอาไว้ไม่ได้ฉาบปูนทับไปจนหมด เจดีย์วัด สามปลื้มนี้เป็นเจดีย์องค์หนึ่งของศรีรามเทพนครแน่นอน อันที่จริงแล้วเจดีย์องค์นี้น่าจะเป็นเจดีย์องค์หนึ่ง ภายในวัด โบราณ แต่ในช่วงการตัดถนนเข้าสู่เกาะเมือง ไม่ทราบว่า ทำไมต้องตัดผ่านวัดแห่งนี้ ซึ่งกาลนั้นเป็นการทำลาย โบราณสถานอย่างร้ายแรง อาจเป็นเพราะคนไทย ในยุคนั้น ไม่ค่อยเล็งเห็นมรดกทางศิลปวัฒนธรรมเท่าที่ควร เมื่ออ้อมวงเวียนซึ่งมีองค์เจดีย์วัดสามปลื้มตั้งอยู่ตรงกลางเลี้ยวขวาไปตามเส้นทาง ถนนแคบๆ แผนที่พระนครศรีอยุธยาแสดงที่ตั้งโบราณสถา¹ และวัดวาอารามต่างๆ (สำหรับแผนที่ใหญ่เปิดดูได้ที่นี่) ท่านก็จะ เข้าสู่
ภาพซ้ายเป็นภาพของพระวิหารหลัง
หนึ่งภายใน วัดมเหยงส์ เชื่อว่าวัดนี้เป็นวัด หนึ่งของกรุงอโยธยาบริเวณทิศตะวันออก ของเกาะเมืองอยุธยาบริเวณ นี้เชื่อว่า เคยเป็นส่วนหนึ่งของศรีรามเทพนคร ในครั้งอดีต บริเวณนี้มีโบราณสถาน ที่สำคัญๆ ของศรีรามเทพนครอยู่หลายแห่งด้วยกัน ทำให้นักโบราณคดีบางท่านเชื่อว่า แถวๆน ี้แหละคือศูนย์กลางของศรีรามเทพนครตาม ข้อสันนิษฐานว่าบริเวณ ดังกล่าวเป็น ศูนย์กลางของศรีรามเทพนครก็ต้องมีพระราชวังหลวงเหลืออยู่เป็นแน่ แต่ลักษณะการ ก่อสร้างพระราชวังส่วนมากทำจากไม้ซึ่งยากที่จะหลงเหลือให้เห็นร่องรอย แต่เราก็ สามารถสืบค้นหาสถานที่ตั้งได้จากหลักฐานบันทึกใน พระราชพงศาวดารเหนือที่ระบุ ไว้ว่า
"ศักราชได้ ๓๑๑ ปีมะเส็ง เอกศก(พ.ศ. ๑๔๙๒) พระเจ้าหลวงได้ ราชสมบัติ ๙ ปี....จึงสั่งให้ยกวัง เป็น วัดเรียกว่า วัดเดิม แต่นั้นมา"

วันอังคารที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

วัดหน้าพระเมรุ

สถาปัตยกรรมสมัยทวาราวดี
ได้มีการขุดค้นโบราณวัตถุที่จังหวัดนครปฐมและได้พบเห็นโบราณวัตถุเป็นจำนวนมาก ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากศิลปะอินเดีย ที่สร้างขึ้นในพระพุทธศาสนาลัทธิหินยาน ส่วนใหญ่สถาปัตยกรรมในสมัยนี้พบเห็นในการก่อสร้างเจดีย์ นอกจากนั้น ยังขุดค้นพบโบราณวัตถุที่ ตำบลคูบัว จังหวัดราชบุรี นอกจากนั้นยังขุดค้นพบโบราณวัตถุที่ตำบลคูบัว จังหวัดราชบุรี ซึ่งเป็นโบราณวัตถุในสมัยเดียวกันกับที่ขุดค้นพบในจังหวัดนครปฐม
สถาปัตยกรรมสมัยนี้ ได้รับอิทธิพลจากพระสถูปเจดีย์เมืองสัญจิ ประเทศอินเดีย มีลักษณะเป็นรูปโอคว่ำ มีอาสน์บนยอดและมีฉัตร เช่น พระปฐมเจีดย์ จังหวัดนครปฐม เป็นต้น

ชื่อแหล่งท่องเที่ยว : วัดหน้าพระเมรุ
รายละเอียดแหล่งท่องเที่ยว : ตั้งอยู่ริมคลองสระบัวด้านทิศเหนือของคูเมือง(เดิมเป็นแม่น้ำลพบุรี) ตรงข้ามกับพระราชวังหลวง มีชื่อเดิมว่า“วัดพระเมรุราชิการาม”ที่ตั้งของวัดนี้เดิมคงเป็นสถานที่สำหรับสร้างพระเมรุถวายพระเพลิงพระบรมศพของพระมหากษัตริย์พระองค์ใดพระองค์หนึ่งสมัยอยุธยาตอนต้น ต่อมาได้สร้างวัดขึ้นมีตำนานเล่าว่าพระองค์อินทร์ในรัชกาลสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 ทรงสร้างวัดนี้เมื่อพ.ศ.2046 สมเด็จพระมหาจักรพรรดิเมื่อครั้งทำศึกกับพระเจ้าบุเรงนองได้มีการทำสัญญาสงบศึกเมื่อพ.ศ.2106 ได้สร้างพลับพลาที่ประทับขึ้นระหว่างวัดหน้าพระเมรุกับวัดหัสดาวาส วัดนี้เป็นวัดเดียวในกรุงศรีอยุธยาที่ไม่ได้ถูกพม่าทำลายและยังคงปรากฏสถาปัตยกรรมแบบอยุธยาอยู่ในสภาพสมบูรณ์มากที่สุดในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ที่ตั้ง : ตั้งอยู่ริมคลองสระบัว ถนน. - ต. อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา
วันทำการ : -
เวลาทำการ : -
เว็บ : -
เบอร์โทรศัพท์ : -
จำนวนนักท่องเที่ยว : -
ลักษณะเด่นพื้นที่ : 1.พระอุโบสถมีขนาดยาว 50 เมตร กว้าง 16 เมตรเป็นแบบอยุธยาตอนต้นซึ่งมีเสาอยู่ภายในต่อมาสร้างขยายออกโดยเพิ่มเสารับชายคาภายนอกในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศหน้าต่างเจาะเป็นช่องยาวตามแนวตั้ง เสาเหลี่ยมสองแถวๆ ละแปดต้นมีบัวหัวเสาเป็นบัวโถแบบอยุธยา ด้านบนแกะสลักไม้เป็นดาวเพดานพระประธานในอุโบสถสร้างปลายสมัยอยุธยาเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยหล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ ทรงเครื่องแบบกษัตราธิราชมีนามว่า “พระพุทธนิมิตวิชิตมารโมลีศรีสรรเพชญ์บรมไตรโลกนาถ” จัดเป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องสมัยอยุธยาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่มีปรากฏอยู่ในปัจจุบันและมีความสมบูรณ์งดงามมาก ในสมัยรัชกาลที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ได้มีการปฏิสังขรณ์วัดนี้โดยรักษาแบบอย่างเดิมไว้และได้เชิญพระพุทธรูปศิลาสีเขียวประทับนั่งห้อยพระบาทสมัยทวาราวดีจากวัดมหาธาตุมาไว้ในวิหารสรรเพชญ์(หรือวิหารน้อย) ซึ่งอยู่ข้างพระอุโบสถ
2.มีพระพุทธรูปศิลาแบบนั่งห้อยพระบาทสมัยทวาราวดีนี้ ซึ่งเป็น 1 ใน 5 องค์ที่มีอยู่ในประเทศไทย
3.-
4.-
กิจกรรม : 1.ไหว้พระ
2.ถ่ายรูป
3.ปฏิบัติธรรม
4.ทำบุญ